โรคนอนไม่หลับ_ความหมาย

โรคนอนไม่หลับ (Insomnia) คืออะไร..?

โรคนอนไม่หลับเป็นภาวะที่บุคคลมีปัญหาในการหลับหรือตื่นกลางดึกแล้วกลับไปหลับไม่ได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจในระยะยาว

ลักษณะของโรคนอนไม่หลับ

  • นอนหลับยาก ใช้เวลานานกว่าจะหลับได้ (มากกว่า 30 นาที)
  • ตื่นบ่อยกลางดึก ตื่นขึ้นมากลางดึกหลายครั้งและกลับไปหลับยาก
  • ตื่นเช้าเกินไป ตื่นเร็วกว่าที่ควรและไม่สามารถหลับต่อได้
  • หลับแล้วไม่สดชื่น ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกเหนื่อย ไม่กระปรี้กระเปร่า

นอนไม่หลับเรื้อรัง (Chronic Insomnia) คืออะไร..?

ภาวะนอนไม่หลับจะถือว่า เรื้อรัง เมื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยมีเกณฑ์ดังนี้

  • มีอาการนอนไม่หลับ อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์
  • มีอาการต่อเนื่อง อย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป
  • ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น สมาธิลดลง อารมณ์แปรปรวน หรือประสิทธิภาพการทำงานลดลง

สาเหตุของอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง

  • ความเครียดและความวิตกกังวล คิดมากก่อนนอน ทำให้สมองไม่ผ่อนคลาย
  • พฤติกรรมการนอนที่ไม่เหมาะสม เช่น เล่นมือถือก่อนนอน หรือดื่มกาแฟช่วงเย็น
  • โรคประจำตัว เช่น ซึมเศร้า ไทรอยด์ โรคปวดเรื้อรัง
  • ปัจจัยภายนอก เสียงรบกวน แสง หรืออุณหภูมิห้องที่ไม่เหมาะสม

สัญญาณเตือนโรคนอนไม่หลับ

สัญญาณเตือนทางร่างกาย

  • ใช้เวลานานกว่าจะหลับ (เกิน 30 นาที)
  • ตื่นกลางดึกบ่อย ๆ แล้วหลับต่อยาก
  • ตื่นเร็วเกินไปและไม่สามารถกลับไปนอนได้
  • รู้สึกง่วงระหว่างวันแต่เมื่อนอนแล้วกลับไม่หลับ
  • ปวดหัว ปวดตา หรือรู้สึกอ่อนเพลียหลังตื่นนอน

สัญญาณเตือนทางอารมณ์และจิตใจ

  • หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน
  • เครียด วิตกกังวล หรือคิดมากก่อนนอน
  • สมาธิสั้น หลงลืมง่าย

ผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน

  • ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
  • ไม่มีแรงจูงใจในการทำกิจกรรมต่าง ๆ
  • ต้องพึ่งกาแฟหรือเครื่องดื่มกระตุ้นมากขึ้น

สาเหตุของการนอนไม่หลับ

อาการนอนไม่หลับ (Insomnia) เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสาเหตุหลัก ๆ ได้ดังนี้

  • ปัจจัยทางด้านจิตใจและอารมณ์
    • ความเครียด ความกังวลเกี่ยวกับงาน การเงิน หรือปัญหาครอบครัวสามารถรบกวนการนอน
    • โรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล ทำให้สมองไม่สามารถผ่อนคลาย ส่งผลให้หลับยากหรือหลับไม่สนิท
    • ภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD) อาจทำให้ฝันร้ายหรือตื่นบ่อยกลางดึก

  • ปัจจัยทางกายภาพและสุขภาพ
    • เจ็บป่วยหรือมีอาการปวด เช่น ปวดศีรษะ ปวดข้อ หรือโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
    • โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) หรือโรคภูมิแพ้
    • โรคเกี่ยวกับระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสัน หรืออัลไซเมอร์
    • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น วัยทอง หรือรอบเดือนของผู้หญิง

  • พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์
    • ดื่มคาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่ โดยเฉพาะในช่วงเย็นหรือก่อนนอน
    • ใช้โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ก่อนนอน แสงสีฟ้าจากหน้าจอรบกวนการสร้างเมลาโทนิน (ฮอร์โมนช่วยให้นอนหลับ)
    • การนอนกลางวันมากเกินไป ทำให้นอนไม่หลับตอนกลางคืน
    • ไม่มีตารางเวลาการนอนที่แน่นอน เช่น นอนดึกและตื่นสายเป็นประจำ

  • ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม
    • เสียงรบกวน: เช่น เสียงจากถนน หรือเสียงจากเพื่อนร่วมห้อง
    • แสงสว่างมากเกินไป: แสงจากโคมหรือไฟข้างนอกสามารถรบกวนการนอนได้
    • อุณหภูมิห้องไม่เหมาะสม: ร้อนหรือหนาวเกินไปทำให้นอนหลับไม่สบาย

  • การใช้ยาและสารเคมีบางชนิด
    • ยาบางประเภท: เช่น ยารักษาโรคซึมเศร้า ยาความดันโลหิต หรือยาลดน้ำมูก
    • สารกระตุ้นประสาท: เช่น ยาลดน้ำหนัก หรือสารเสพติดบางชนิด

วิธีแก้ไขอาการนอนไม่หลับ

ปัญหาการนอนไม่หลับ (Insomnia) อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด พฤติกรรมการนอนที่ไม่เหมาะสม หรือปัญหาสุขภาพบางอย่าง การแก้ปัญหาการนอนไม่หลับสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน
    • กำหนดเวลานอนและตื่นให้เป็นเวลา ฝึกเข้านอนและตื่นให้เป็นเวลาทุกวัน แม้ในวันหยุด เพื่อช่วยให้ร่างกายปรับตัว
    • เลี่ยงการงีบตอนกลางวัน หากรู้สึกง่วงตอนกลางวัน ให้พยายามหลีกเลี่ยงการงีบนานเกิน 30 นาที
    • หลีกเลี่ยงการใช้เตียงทำกิจกรรมอื่น ๆ ควรใช้เตียงสำหรับการนอนเท่านั้น ไม่ควรใช้เล่นมือถือ ดูทีวี หรือทำงาน
  • สร้างบรรยากาศที่เหมาะสมกับการนอน
    • ห้องนอนต้องมืด เงียบ และอากาศถ่ายเทสะดวก ใช้ผ้าม่านกันแสง ลดเสียงรบกวน หรือใช้เครื่องช่วยเสียงสีขาว (white noise)
    • เลือกที่นอนและหมอนที่เหมาะสม ที่นอนและหมอนควรให้ความสบายและรองรับร่างกายได้ดี
    • อุณหภูมิห้องต้องพอดี ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 18-22°C
  • ปรับพฤติกรรมก่อนนอน
    • เลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ช่วงเย็น คาเฟอีนในกาแฟ ชา น้ำอัดลม อาจทำให้หลับยาก ควรหลีกเลี่ยงอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนนอน
    • ออกกำลังกายแต่ไม่ควรดึกเกินไป การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย แต่ไม่ควรออกก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง
    • งดใช้มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน แสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์อาจรบกวนการสร้างฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้นอนไม่หลับ
  • ฝึกเทคนิคผ่อนคลาย
    • ทำสมาธิ หรือฝึกหายใจลึก ๆ เทคนิคนี้ช่วยให้จิตใจสงบ ลดความเครียดก่อนนอน
    • ฟังเพลงบรรเลงเบา ๆ หรือเสียงธรรมชาติ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและเข้าสู่สภาวะพร้อมหลับ
    • อาบน้ำอุ่นก่อนนอน น้ำอุ่นช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายพร้อมนอนมากขึ้น
  • หากลองแล้วไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
    หากลองปรับพฤติกรรมแล้วยังนอนไม่หลับเป็นเวลานาน (มากกว่า 3 สัปดาห์) อาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เช่น ภาวะซึมเศร้า หรือโรคเกี่ยวกับการนอนหลับ แพทย์อาจแนะนำการบำบัด หรือสั่งจ่ายยานอนหลับในกรณีจำเป็น

ผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจจากโรคนอนไม่หลับ

การนอนไม่หลับ (Insomnia) สามารถส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจในหลายด้าน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งอาจทำให้คุณภาพชีวิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

  • ผลกระทบระยะสั้น
    เมื่อร่างกายไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ จะเกิดอาการดังต่อไปนี้
    • อ่อนเพลียและง่วงนอนระหว่างวัน ส่งผลให้ขาดพลังงานและทำให้การทำงานหรือการเรียนไม่มีประสิทธิภาพ
    • สมาธิลดลงและความจำแย่ลง อาจทำให้ลืมง่าย คิดช้า หรือประมวลผลข้อมูลได้ไม่ดี
    • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย เครียด หรือมีความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น
    • ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการติดเชื้อและป่วยได้ง่ายขึ้น
    • อุบัติเหตุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในการขับรถหรือทำงานที่ต้องใช้สมาธิสูง

  • ผลกระทบระยะยาว
    หากนอนไม่หลับเรื้อรัง อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้น เช่น
    • โรคหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงของความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และหลอดเลือดสมองตีบ
    • โรคเบาหวาน เพราะการอดนอนมีผลต่อการเผาผลาญน้ำตาลในเลือด
    • ภาวะซึมเศร้าและโรควิตกกังวล การขาดการนอนที่เพียงพออาจทำให้ปัญหาสุขภาพจิตแย่ลง
    • น้ำหนักเพิ่มขึ้นและโรคอ้วน เพราะการอดนอนส่งผลต่อฮอร์โมนความหิว ทำให้กินมากขึ้น
    • ลดอายุขัย งานวิจัยพบว่าผู้ที่มีปัญหานอนไม่พอเรื้อรังมีแนวโน้มอายุสั้นกว่าผู้ที่นอนหลับเพียงพอ



 

สงวนลิขสิทธิ์ © 2566 ทีมงานศูนย์งาดำ มาทีน่า แบล็คเซซามิน : Matina Black Sesame
เว็บไซต์นี้เป็นของนักธุรกิจผู้จัดจำหน่าย มิใช่เว็บไซต์ของ บริษัท พีคัสโซ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท พีคัสโซ (ประเทศไทย) จำกัด