งาดำ_ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดได้อย่างไร

สารสกัดงาดำ ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดได้อย่างไร

ในน้ำมันงาดำสกัดเย็นมีสารสำคัญที่อาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้ ซึ่งสารเหล่านี้มีผลต่อการทำงานของร่างกายในหลายด้าน ได้แก่

  • สารเซซามิน (Sesamin) และเซซาโมลิน (Sesamolin)
    • เป็นสารลิกแนน (Lignan) ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
    • ช่วยลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของเบาหวานชนิดที่ 2
    • ช่วยลดการอักเสบที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง
    • สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ช่วยลดภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เซลล์เบต้าในตับอ่อนเสื่อมสภาพและลดการผลิตอินซูลิน
    • ช่วยเพิ่มความไวของเซลล์ต่ออินซูลิน (Insulin Sensitivity) ทำให้ร่างกายสามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น

  • กรดไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acids) เช่น โอเมก้า-6 และโอเมก้า-9
    • ช่วยเพิ่มความไวของเซลล์ต่ออินซูลิน ทำให้ร่างกายสามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น
    • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งมักพบในผู้ป่วยเบาหวาน
    • ในน้ำมันงาดำมีกรดไขมันโอเมก้า-6 และโอเมก้า-9 ซึ่งมีบทบาทช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
    • กรดไขมันเหล่านี้ช่วยลดการอักเสบภายในร่างกาย ซึ่งมีความสัมพันธ์กับภาวะดื้อต่ออินซูลิน

  • วิตามินอีและสารต้านอนุมูลอิสระ
    • ป้องกันความเสียหายของเซลล์ตับอ่อนที่ผลิตอินซูลิน
    • ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน เช่น โรคหัวใจและความเสียหายของหลอดเลือด

  • สารลิกแนน (Lignans) และไฟโตสเตอรอล (Phytosterols)
    • สารลิกแนนช่วยยับยั้งเอนไซม์บางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการสลายคาร์โบไฮเดรต จึงช่วยลดอัตราการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด
    • ไฟโตสเตอรอลช่วยลดระดับไขมันไม่ดี (LDL) ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวะดื้อต่ออินซูลิน

  • เสริมการทำงานของเอนไซม์ในกระบวนการเมตาบอลิซึมของน้ำตาล
    น้ำมันงาดำสามารถกระตุ้นเอนไซม์ AMPK (AMP-activated protein kinase) ซึ่งช่วยเพิ่มการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน ลดระดับน้ำตาลในเลือด

  • เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของร่างกาย
    สารอาหารที่ผ่านกระบวนการสกัดเย็นมีโครงสร้างทางเคมีที่สมบูรณ์และคงสภาพ ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สารอาหารที่ผ่านการสกัดเย็นยังส่งเสริมกระบวนการทำงานของเอนไซม์ในร่างกายให้ดีขึ้น ส่งผลต่อการเผาผลาญพลังงานและการสร้างภูมิคุ้มกัน

  • ลดการอักเสบของตับอ่อนและปกป้องเซลล์เบต้า
    น้ำมันงาดำมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยปกป้องเซลล์เบต้าในตับอ่อนไม่ให้ถูกทำลาย ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลิน

  • กลไกอื่น ๆ ที่ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด
    • ลดการดูดซึมน้ำตาลจากอาหารในลำไส้
    • กระตุ้นเอนไซม์ที่ช่วยเผาผลาญน้ำตาลในร่างกาย

สรุป

น้ำมันงาดำสกัดเย็นอาจช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้ผ่านกลไกหลายทาง เช่น ลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ปรับปรุงการเผาผลาญน้ำตาล ลดภาวะเครียดออกซิเดชัน และช่วยปกป้องเซลล์เบต้าในตับอ่อน อย่างไรก็ตาม ควรใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด



 

สงวนลิขสิทธิ์ © 2566 ทีมงานศูนย์งาดำ มาทีน่า แบล็คเซซามิน : Matina Black Sesame
เว็บไซต์นี้เป็นของนักธุรกิจผู้จัดจำหน่าย มิใช่เว็บไซต์ของ บริษัท พีคัสโซ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท พีคัสโซ (ประเทศไทย) จำกัด